Request มาเราจัีดให้ครับบบ!!
posted on 14 Aug 2010 14:18 by minimap
อันเนื่องจากมีสาวน้อยผู้น่ารักมาคอมเม้นทิ้งไว้(ดีใจสุดๆ
) ผมก็จะเริ่มอธิบายไวยารณ์พิ้นฐานคร่าวๆเลยละกันนะครับ
~ขอเกริ่นก่อนซักนิดนึงนะครับ
โลกเราปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงเรื่องเทคโนโลยี การ์ตูน อาหาร นักร้อง etc.คงต้องนึกถึงประเทศญี่ปุ่นเป็นลำดับต้นๆแน่นอน(โดยเฉพาะหนังอ๊ะวะว๊าวเนี่ยดังสุดๆ) ดังนั้นถ้าเรามีวิชาติดตัวไว้บ้างคงจะไม่เสียหายอะไร
อย่างน้อยเจอคนญี่ปุ่นจะได้ ทักทาย say hello กันบ้างครับ พล่ามมาก็ยาวขอตอบอธิบายแกรมม่าพื้นฐานเลยและกันครับ
อย่างที่รู้ๆกันว่าแกรมม่าภาษาญี่ปุ่นแตกต่างกับ ภาษาไทย อัังกฤษและจีนค่อนข้างมาก เรามาดูกันเลยดีกว่า!!
ภาษาไทย(เวลาใช้จะเรียงกันแบบนี้) >> (ประธาน)ฉัน+(กริยา)กิน+(กรรม)ปลา
ภาษาญี่ปุ่น >> (ประธาน)私วะตะชิ(は)วะ+(กรรม)魚ซะคะนะ(を)โอ๊ะ+(กริยา)食べますทะเบมะสุ
~ จะเห็นได้ว่านอกจากการเรียงลำดับคำจะไม่เหมือนกันแถมยังมีตัวชี้เฉพาะ(ในวงเล็บสี้ชมพู)มาเพิ่มให้ปวดหัวเล่นอีกแหน่ะ แต่ถ้าเราชอบและศึกษาอย่างจริงจังจะพบกว่ามันสนุกว่าที่คิดมากนัก
และเนื่องจากท่านน้องเติ้ล(เอ๊ะ! หรือว่าพี่เติ้ล)นั้นฉงนสงสัยกับเรื่อง の(โนะ)และเรื่องประโยคปฏิเสธไว้จึงได้ขออธิบายดังต่อไปนี้
เรื่อง の(โนะ)ๆ
ถ้าจะถามถึงความหมายของ の(โนะ)แล้วหล่ะก็ความหมายมันมีมากมายก่ายกองแต่ที่น้องเติ้ลถามมาพี่ว่าน่าจะเป็นの(โนะ)ที่ใช้เชื่อมคำนะครับ
ถ้าจะเทียบの(โนะ)กับภาษาอังกฤษก็เทียบได้กับ 's ครับเหมือนเป็นการขยายคำนามหลัง の(โนะ)นั่นเอง
Example:
私の家(วะตะชิโนะอิเอะ) หมายถึง บ้านของฉัน
あなたの恋人(อะนะตะโนะโคอิบิโตะ) หมายถึง แฟนของเธอ
หรืออาจจะมีหลายตัวซ้อนกันให้มึนเล่น
あなたの恋人のお母さんの夫(อะนะตะโนะโคอิบิโตะโนะโอะกาซังโนะอทโตะ)
หมายถึง สามีของแม่ของแฟนของเธอ - -"เอ๊ะยังไง ที่จริงก็คือ พ่อของแฟนเธอนั่นเอง
***หลักในการใช้ の(โนะ)นั้นให้จำไว้ว่า"คำนามที่อยู่หลังสุดคือคำหลัก"นั่นเองส่วนคำที่อยู่ก่อนหน้านั้นเป็นเพียงคำที่ใช้ขยาย
ประโยคปฏิเสธนี้ถือว่าสำคัญเลยทีเดียวสำหรับคนเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะในอนาคตจะมีการนำเอาไปประยุกต์ใช้กับไวยากรณ์ต่างๆอีกมากมาย ถ้าเค้าใจได้แต่เนิ่นรับรองสบายครับบบ
การเปลี่ยนประโยคบอกเล่าเป็นประโยคปฏิเสธนั้นทำได้โดย
เติ้ลบอกพี่ว่าเพิ่งเริ่มเรียนเพราะฉะนั้นยังคงใช้ประโยคสุภาพแน่นอนเลย เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ยุ่งยากอะไรครับ แค่เปลี่ยนรูป ますมะสุ เป็น ませんมะเซ็นก็เรียบร้อยและครับ
Example:
私は恋人がいますวะตะชิวะโคะฮิบิโตะกะอิมะสุ หมายถึง ฉันมีแฟน
พอเปลี่ยนเป็นรูปปฏิเสธก็จะกลายเป็น
私は恋人がいませんวะตะชิวะโคะอิบิโตะกะอิมะเซน หมายถึง ฉันไม่มีแฟน(ประโยคนี้มันโดน ฮือๆ
)
***ซึ่งการเปลี่ยนเป็นประโยคปฏิเสธก็เปลี่ยนเฉพาะตรงกริยาครับ
แถมซักนิด
起きません >> ไม่ตื่น
勉強ません >> ไม่เรียน
読みません >> ไม่อ่าน
行きません >> ไม่ไป
สุดท้ายก็...
卒業できません >> (เรียน)ไม่จบ
เก่ง ไม่เก่ง ถนัด ไม่ถนัด
คำศัพท์ที่ใช้บรรยายคุณภาพอย่างงี้ แน่นอนว่าต้องเป็นคำคุณศัพท์(ADJ.) ครับ
ซึ่งคำที่นิยมใช้ก็มีดังต่อไปนี้
下手(へた)เฮะตะ >> ไม่เก่ง
*** คำที่ได้ให้ตัวอย่างไปนี้เป็นคำคุณศัพท์ な ทั้งหมด ซึ่งจะเอาไว้ส่วนหลังของประโยคหรือนำไปขยายนามก็ได้
Example: ใช้ส่วนหลังของประโยค
私は日本語が上手です(วะตะชิวะนิฮงโกะกะโจสุเดสึ)。หมายถึง ฉันเก่งภาษาญี่ปุ่น
ปล.ที่จริงเจ้าของบล๊อกไม่ได้เก่งไรเลยครับ
กรณีที่ใช้ขยายคำนาม
日本語が上手な人 (นิฮงโกะกะโจสุนะฮิโตะ)。หมายถึง คนที่เก่งภาษาญี่ปุ่น
ชอบ ไม่ชอบ
คำว่าชอบกับไม่ชอบนั้นก็ถือเป็น คำคุณศัพท์ な เหมือนกันครับ วิธีใช้่ก็เหมือนกันหย้่งกะแกะ
好き(すき) >> ชอบ
嫌い(きらい) >> ไม่ชอบ เกลียด
Example:ใช้ส่วนท้ายของประโยค
私は彼のことが嫌いです(วะตะชิวะคะเระโนะโคะโตะกะคิไรเดสุ)。หมายถึง ฉันเกลียดเขา
ใช้เป็นคำขยายนาม
私の好きな人(วะตะชิโนะซุคินะฮิโตะ)。หมายถึง คนที่ฉันชอบ
ถ้าบล๊อกอ่านยากไม่ถูกใจอะไรยังไงก็ติชมมาได้นะครับ จะพยายามพัฒนาต่อไปครับบบ
V
Email:kikumaru_hok@hotmail.com ใครเล่นMsnก็แอดมาคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันได้นะครับ~
edit @ 14 Aug 2010 16:04:51 by ~Japanese for Future~
edit @ 14 Aug 2010 16:25:14 by ~Japanese for Future~
edit @ 14 Aug 2010 16:29:35 by ~Japanese for Future~
edit @ 14 Aug 2010 16:31:19 by ~Japanese for Future~